ปิดฉากเส้นทางการเมืองลงไปเป็นที่เรียบร้อย ในกรณีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ได้เริ่มต้นก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2565 โดยมีการก้าวเข้าสู่บทบาทที่สำคัญและถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดเส้นทางการเมืองที่ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน สู่วันตัดสินของศาล รธน. กรณีคลิปเสียง ฮุนเซน ผลตัดสินศาล รธน. ผิดจริยธรรมร้ายแรง
พ.ศ. 2565 แพทองธาร ชินวัตร ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองของเธออย่างเต็มตัว โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นแกนนำในการรวบรวมและสร้างความสามัคคีในพรรคและเครือข่ายผู้สนับสนุน ซึ่งในบทบาทนี้ เธอได้เดินทางไปพบปะประชาชนทั่วประเทศ เข้าร่วมเวทีปราศรัย และมีบทบาทสำคัญในการรณรงค์หาเสียงสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2566
2. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและการเลือกตั้ง 2566
พ.ศ. 2566 พรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อแพทองธาร ชินวัตร เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นการยืนยันถึงบทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้นในฐานะผู้นำทางการเมืองคนหนึ่ง
ผลการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยได้จำนวน ส.ส. เป็นอันดับ 2 รองจากพรรคก้าวไกล แม้จะไม่ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลตั้งแต่แรก แต่ต่อมาหลังจากที่การจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกลไม่สำเร็จ พรรคเพื่อไทยก็ได้กลับมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลและผลักดันนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี
3. การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายกรัฐมนตรี
ตุลาคม พ.ศ. 2566 ภายหลังการลาออกของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แพทองธารได้รับมติจากกรรมการบริหารพรรคให้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อย่างเป็นทางการ ทำให้เธอกลายเป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 8 และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้
สิงหาคม พ.ศ. 2567 ภายหลังการพ้นจากตำแหน่งของนายเศรษฐา ทวีสิน จากการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แพทองธารได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี และได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎร ทำให้เธอขึ้นดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของประเทศ
4. การถูกวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญในคดีคลิปเสียง
มิถุนายน พ.ศ. 2568 มีกรณีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 36 คน ขอให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
คำร้องนี้มีที่มาจากคลิปเสียงการสนทนาที่ถูกเผยแพร่ ซึ่งอ้างว่าเป็นเสียงของนางสาวแพทองธารพูดคุยกับอดีตผู้นำประเทศกัมพูชา โดยมีเนื้อหาบางส่วนที่อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี
ล่าสุด วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในคดีคลิปเสียง ผลตัดสินศาล รธน. ผิดจริยธรรมร้ายแรง มีผลทำให้พ้นตำแหน่งนายกฯ รวมถึงคณะทั้งหมด