เหตุการณ์ที่ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ นักประวัติศาสตร์ และประชาชนทั่วไปต้องตกตะลึงก็คือ เครื่องบินที่เชื่อว่ามีอายุกว่า 3,500 ปี ได้ลงจอดในพื้นที่ทะเลทรายอันห่างไกลภายใต้สถานการณ์ที่ไม่อาจอธิบายได้ การค้นพบนี้ได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในความลึกลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ โดยรวมเอาเทคโนโลยีขั้นสูง ปริศนาโบราณ และผลกระทบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าไว้ด้วยกัน รายงานแรกๆ เกิดขึ้นเมื่อคนในพื้นที่สังเกตเห็นเครื่องบินที่ไม่มีเครื่องหมายกำลังลดระดับลงอย่างช้าๆ เหนือพื้นที่ทะเลทรายที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่รัฐรีบไปที่เกิดเหตุโดยคาดว่าจะพบเหตุการณ์เครื่องบินตกแบบธรรมดา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกเขาพบกลับเป็นสิ่งที่ผิดปกติ เครื่องบินลำดังกล่าวซึ่งถูกกัดกร่อนอย่างหนักแต่ยังคงสภาพสมบูรณ์ไม่มีตราสัญลักษณ์ของสายการบินที่รู้จัก โครงสร้างมีอายุมากเกินกว่าจะจินตนาการได้ ราวกับว่ามันรอดมาได้หลายพันปีจากการถูกฝังไว้ในกาลเวลา เมื่อเข้าไปข้างใน นักวิจัยพบซากศพของบุคคล 9,200 คน ซึ่งเป็นโครงกระดูกที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์และจัดเรียงอย่างน่าขนลุกบนที่นั่งผู้โดยสาร สิ่งที่น่ากลัวที่สุด? โครงกระดูกแต่ละชิ้นถูกรัดไว้ด้วยเข็มขัดนิรภัย ราวกับว่าพวกมันถูกหยุดเวลาไว้ในช่วงเวลาแห่งหายนะ ภายในห้องโดยสารของเครื่องบิน พบกระดานไม้โบราณที่ถูกปกคลุมด้วยสัญลักษณ์ที่ยังไม่ถอดรหัสได้ วัสดุของกระดานไม้ชนิดนี้ไม่เหมือนกับวัสดุชนิดใดที่เคยรู้จักมาก่อน และเปล่งแสงอ่อนๆ การแปลในช่วงแรกๆ บ่งชี้ถึงคำเตือนที่คลุมเครือซึ่งกล่าวถึง “การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่” และวลีที่ว่า “สำหรับผู้ที่จะตามมา จงเรียนรู้จากความผิดพลาดของเรา” ผู้เชี่ยวชาญคาดเดาว่ากระดานไม้ดังกล่าวอาจมีความรู้จากอารยธรรมโบราณขั้นสูง ซึ่งสามารถบรรลุความสำเร็จทางเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่าที่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ความพยายามที่จะถอดรหัสข้อความดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ได้นำไปสู่ความผิดปกติที่แปลกประหลาด เช่น ไฟดับกะทันหันและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขัดข้อง การทดสอบดีเอ็นเอที่ทำกับซากโครงกระดูกเผยให้เห็นความหลากหลายที่น่าประหลาดใจ บุคคลเหล่านี้ดูเหมือนจะมาจากสายพันธุกรรมที่หลากหลาย รวมถึงอารยธรรมโบราณจากเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา บางคนยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับสายพันธุ์ย่อยของมนุษย์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว กลุ่มคนหลากหลายดังกล่าวมาอยู่บนเครื่องบินลำเดียวกันเมื่อ 3,500 ปีก่อนได้อย่างไร คำถามนี้ยังคงเป็นปริศนาที่ยากจะเข้าใจ … Read more