ลูกชาย ป.1 ขังตัวเองในห้อง แม่ไขเข้าไปเห็น “ภาพวาด” กอดกันร้องไห้โฮ แจ้งตำรวจทันที

เนื่องจากความเป็นเด็กที่อายุยังน้อย และทักษะการแสดงออกยังไม่ได้รับการพัฒนา เด็กจำนวนมากจึงมักหาวิธีอื่นในการแสดงความรู้สึกของตนเอง การวาดภาพและระบายสีเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมที่ใช้เพื่อแสดงความคิดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ด้วยศิลปะรูปแบบนี้เด็กๆ สามารถแสดงอารมณ์ที่หลากหลายผ่านสีและรูปทรง แม้ว่าผู้ใหญ่จะไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่พวกเขาต้องการสื่อได้อย่างถ่องแท้เสมอไป คุณลิลลี่ (นามสมมุติ) ผู้หญิงชาวจีน เล่าถึงเรื่องราวที่ลูกชายของเธอต้องเผชิญเมื่อตอนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เขาเป็นเด็กที่ฉลาดและร่าเริงมาก หลังจากเลิกเรียนเธอจึงให้เวลาเขาอยู่ 30 นาที เพื่อสนุกสนานกับเพื่อนๆ หรือเล่นเกมที่โรงเรียนก่อนกลับบ้าน เพราะการเข้าร่วมกิจกรรมนอกหลักสูตร ได้สนุกสนานและหัวเราะอย่างเต็มที่ ทำให้เด็กชายมีอารมณ์ปลอดโปร่งอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม วันหนึ่งเมื่อไปรับลูกจากโรงเรียน เธอสังเกตเห็นว่าลูกมีพฤติกรรมแตกต่างไปจากวันก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง เขาวิ่งเข้าไปในห้องนอนด้วยสีหน้าเศร้าหมอง และล็อกประตูไม่ให้ใครตามเข้าไป ตอนนั้นเธอคิดว่าเป็นเพราะลูกโกรธเธอ หรือมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอแสดงท่าทีเช่นนั้น ไม่นานทุกอย่างก็คงจะกลับมาเป็นปกติ แต่หลังจากผ่านมา 3 วัน ลูกของเธอก็ยังคงแสดงทัศนคติแบบเดิมๆ ทำให้เธอเริ่มกังวล สุดท้ายจึงต้องใช้กุญแจไขเข้าไปในห้องเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายกันแน่ และก็ต้องตกใจเมื่อลูกชายกำลังคลุมโปรงอยู่ในผ้าห่ม ตัวจนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไม่ว่าเธอจะพูดอย่างไรลูกก็ไม่ยอมตอบอะไรกลับมาสักคำ จนกระทั่งเธอสังเกตเห็นภาพแปลกๆ ที่ลูกวาดทิ้งไว้บนโต๊ะ ทำก็เข้าใจสถานการณ์ได้บางส่วน… หลังจากเก็บงำความวิตกกังวลมาเป็นเวลานาน ในที่สุดเด็กชายก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ร้องไห้และเล่าเรื่องที่พบเจอให้กับผู้เป็นแม่ฟัง ว่าเมื่อ 3 วันก่อน ขณะเล่นอยู่บังเอิญทำให้เพื่อนคนหนึ่งล้มและมีเลือดออก พ่อของเพื่อนคนนั้นเห็นเขาพอดีจึงดึงเขาไปที่มุมหนึ่ง และกระทำการข่มขู่ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ยังคงดำเนินต่อมาอีกครั้งในวันรุ่ง และวันต่อๆ มา … Read more

เตือนแล้วนะ หลังเช็คอินเข้าโรงแรม อย่าลืมถอดปลั๊กเช็กทีวีทันที

ปัจจุบันวิธีการทำงานของอาชญากรยังมีความซับซ้อนมากขึ้น ด้วยกล้องที่พวกเขาใช้มีขนาดเล็กลง และเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายได้รับการพัฒนาอย่างมาก ทำให้ผู้ร้ายสามารถส่งภาพหรือวิดีโอจากกล้องในทีวีไปยังสถานที่อื่นได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้สายเคเบิลหรือการเชื่อมต่อที่ชัดเจน ทำให้การซ่อนกล้องง่ายขึ้นและตรวจจับได้ยากขึ้น ดังนั้น เพื่อป้องกันตัวเองตกเป็นเหยื่อ การถอดปลั๊กโทรทัศน์เพื่อตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนี้อย่างปลอดภัยที่สุด หลังจากเข้าห้องพักในโรงแรมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำทันที อีกประเด็นหนึ่งคือ หลายคนมักคิดว่าการตรวจสอบกล้องที่ซ่อนภายในห้องพักเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่จริงๆ แล้วง่ายมาก เพียงปิดไฟและปิดผ้าม่านทั้งหมดในห้อง หลังจากห้องมืดแล้วให้เปิดไฟฉายจากมือถือแล้วส่องไปที่มุมต้องสงสัย หากตรวจพบ จุดสีแดง ให้สงสัยไว้ก่อนได้เลยว่าอาจมีกล้องจิ๋วซ่อนอยู่ นอกจากนี้ อีกหนึ่งวิธีนอกจากใช้ไฟฉายคือ การใช้โหมดกล้องบันทึกวิดีโอของโทรศัพท์ และค่อยๆ ถ่ายภาพรอบๆ ห้องพัก ก็สามารถตรวจจับจุดแสงบนหน้าจอโทรศัพท์ได้อีกด้วย ทั้งนี้ นอกจากโทรทัศน์แล้ว โคมไฟ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และมุมผนัง ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับคนร้ายมาตั้งกล้องแอบถ่าย เช่นเดียวกับภายในห้องน้ำที่ต้องตรวจสอบให้ดีด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณกระจก และหากพบความผิดปกติจะต้องได้รับการจัดการโดยเร็วที่สุด เพื่อปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของคุณ  

นายกอบต. ขับเก๋งชนเสาไฟ พุ่งตกคลอง จมดับพร้อมเลขา เสียชีวิต 3

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่1 ตุลาคม 2568ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งหตุรถเก๋งเสียหลักตกคลองข้างทาง บนถนนสายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์-อำเภอสมเด็จ บริเวณบ้านคำบอน ต.นาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลสมเด็จ หน่วยกู้ภัยอโสกสมเด็จ และกู้ภัยตำรวจทางหลวง โดยที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง สีขาว สภาพเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า และจมอยู่ในคลองข้างทาง สภาพรถพังยับนอนตะแคง ภายในซากรถพบผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย เจ้าหน้าที่เร่งนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย คือ นายมงคล (ขอสงวนนามสกุล) นายกอบต.นาคู อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ และ นายสิม (ขอสงวนนามสกุล) เลขาฯนายก ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย และผู้บาดเจ็บอยู่ระหว่างการยืนยันตัวตน เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายกอบต.นาคูได้ไปรับญาติที่พักรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เพื่อที่จะกลับบ้านที่ ต.นาคู กระทั่งถึงบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่คาดว่าอุบัติเหตุเกิดจากถนนลื่นเพราะฝนตกหนัก ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟ … Read more

เรื่องที่หลายคนไม่รู้ ปัสสาวะบ่อยหลังดื่มน้ำ แสดงว่า ไต ดีหรือไม่ดี

เชื่อได้ว่าหลายคนคงสงสัยกันว่า การดื่มน้ำในชีวิตประจำวัน แต่หลายคนรู้สึกวิตกกังวลเมื่อปัสสาวะหลายครั้งหลังดื่มน้ำ อยากเข้าห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา เพราะคิดว่าอาจเป็นสัญญาณของไตอ่อนแอหรือเปล่า แล้วถ้าความถี่ในการเข้าห้องน้ำน้อยแสดงว่าไตแข็งแรงใช่หรือไม่   แน่นอนว่าพฤติกรรมการดื่มน้ำและการปัสสาวะมีความเกี่ยวเนื่องกัน ในกรณีส่วนใหญ่การกระตุ้นให้ปัสสาวะหลังดื่มน้ำเป็นปรากฏการณ์ทางสรีรวิทยาปกติ และในความเป็นจริงการปัสสาวะบ่อยๆ ไม่ได้เป็นเพียงอาการของการบาดเจ็บที่ไตเฉียบพลันเท่านั้น แต่ภาวะก้อนเนื้อในไตอาจเป็นสัญญาณของปัญหาการทำงานของไตด้วย โดยปกติปริมาณปัสสาวะที่ปล่อยออกมาในแต่ละวันของผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี จะอยู่ระหว่าง 1,000 มล. ถึง 2,000 มล. โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,500 มล. และหากคำนวณเป็นจำนวนครั้ง บุคคลหนึ่งจะปัสสาวะ 6-10 ครั้งต่อวัน และ 0-2 ครั้งในเวลากลางคืน หากความสามารถในการปัสสาวะของบุคคลนั้นตรงตามเกณฑ์เหล่านี้ แสดงว่าไตของพวกเขาทำงานได้ตามปกติ หากพบว่าตนเองมักตื่นขึ้นมาตอนกลางคืน เพราะต้องการเข้าห้องน้ำไปปัสสาวะ และอาการนี้คงอยู่เป็นเวลาหลายวันโดยไม่ดีขึ้น อีกทั้งยังส่งผลต่อกิจกรรมประจำวันของด้วย นี่อาจเป็นสัญญาณของความเสียหายของไต ความสามารถในการดูดซับปัสสาวะที่ลดลง อาจทำให้เกิดการผลิตปัสสาวะมากเกินไป ซึ่งจะเพิ่มความถี่ในการขับถ่าย นอกจากนี้ หากความถี่ของการปัสสาวะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และปริมาณปัสสาวะที่ผลิตได้น้อยกว่า 500 มล. ภายใน 24 ชั่วโมง นี่อาจเป็นสัญญาณว่าไตได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และอาจถึงขั้นเข้าสู่ภาวะไตวายได้ ในกรณีนี้ควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจและรักษา ความเห็น

นายกอบต. ขับเก๋งชนเสาไฟ พุ่งตกคลอง จมดับพร้อมเลขา เสียชีวิต 3

วันที่ 23 ส.ค. 2568 มีรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งหตุรถเก๋งเสียหลักตกคลองข้างทาง บนถนนสายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์-อำเภอสมเด็จ บริเวณบ้านคำบอน ต.นาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลสมเด็จ หน่วยกู้ภัยอโสกสมเด็จ และกู้ภัยตำรวจทางหลวง โดยที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง สีขาว สภาพเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า และจมอยู่ในคลองข้างทาง สภาพรถพังยับนอนตะแคง ภายในซากรถพบผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย เจ้าหน้าที่เร่งนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย คือ นายมงคล (ขอสงวนนามสกุล) นายกอบต.นาคู อ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ และ นายสิม (ขอสงวนนามสกุล) เลขาฯนายก ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย และผู้บาดเจ็บอยู่ระหว่างการยืนยันตัวตน เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายกอบต.นาคูได้ไปรับญาติที่พักรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เพื่อที่จะกลับบ้านที่ ต.นาคู กระทั่งถึงบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่คาดว่าอุบัติเหตุเกิดจากถนนลื่นเพราะฝนตกหนัก ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟ … Read more

รพ.จุฬาฯ ประกาศข่าวใหญ่ เจ้าหญิงองค์ภา…

  แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงพระประชวร แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร ฉบับที่ ๔ ตามที่สำนักพระราชวัง ได้มีแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ฯ ได้รายงานเพิ่มเติมว่า คณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถและเครื่องมือเพื่อช่วยการทำงานของพระปัปผาสะ (ปอด) และพระวักกะ (ไต) มาโดยตลอด คณะแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อเป็นครั้งคราว ซึ่งได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะเพื่อรักษาพระอาการติดเชื้อดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นต้นมา คณะแพทย์ตรวจพบว่าทรงมีการติดเชื้อที่รุนแรงและเข้าในกระแสพระโลหิต ทำให้ต้องถวายพระโอสถปฏิชีวนะหลายขนานร่วมกัน รวมทั้งถวายพระโอสถกระตุ้นความดันพระโลหิต เพื่อรักษาความดันพระโลหิตให้คงที่ คณะแพทย์ยังคงถวายการรักษาอย่างเต็มที่ … Read more

สลดเก๋งวิ่งผ่าสายฝนเสียหลักชนเสาไฟรถจมน้ำดับ 3 ราย

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมหน่วยกู้ชีพ รพ.สมเด็จ หน่วยกู้ภัยอโสกสมเด็จ กู้ภัยตำรวจทางหลวงกาฬสินธุ์ ตรวจสอบอุบัติเหตุบนถนนสายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์-อำเภอสมเด็จ บริเวณ บ้านคำบอน ตำบลนาจารย์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งสีขาว สภาพชนเสาไฟฟ้าจมอยู่ในน้ำข้างทางสภาพรถพังยับนอนตะแคง ภายในรถพบผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย กู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากซากได้สำเร็จ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตมา ณ โอกาสนี้

เปิดทะเบียนรถเคลื่อนร่าง “เจ๊เกียว” ลูกน้องเศร้าทั้งอู่เชิดชัยรอรับครั้งสุดท้าย!

เปิดทะเบียนรถเคลื่อนร่าง “เจ๊เกียว” ลูกน้องเศร้าทั้งอู่เชิดชัยรอรับครั้งสุดท้าย!  จากกรณีการจากไปของนางสุจินดา เชิดชัย หรือที่รู้จักกันในชื่อ เจ๊เกียว ผู้ได้รับฉายาว่า เจ้าแม่รถทัวร์ ผู้ประกอบธุรกิจอู่ต่อรถทัวร์เชิดชัยอุตสาหกรรม และเดินรถโดยสารสาย 21 กรุงเทพฯ-โคราช และสายอื่นๆ ในประเทศไทย ถึงแก่กรรมด้วยความสงบในวัย 88 ปี ที่บ้านพักภายในอู่เชิดชัย ถนนมิตรภาพ อำเภอเมืองนครราชสีมา โดยจะมีพิธีรดน้ำศพในวันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 16.00 น. ณ.อู่เชิดชัยทั้งนี้ ที่ผ่านมา เจ๊เกียวมีโรคประจำตัวและรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงวันคล้ายวันเกิดและสงกรานต์ในแต่ละปีจะเปิดอู่ทำบุญท่ามกลางลูกหลานและผู้เคารพนับถือเข้าร่วมงานจำนวนมาก     ทั้งนี้ในวันที่ 29 เวลาประมาณ 13.50 น. ได้มีการเคลื่อนร่างของเจ๊เกียว ขึ้นรถทะเบียน 8กษ7804 เพื่อไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลยังบริษัทเชิดชัยอุตสาหกรรม จำกัด โดยมีลูกชายและลูกสาว คือ น.ส.กฤตินี เชิดชัย นายอัสนี เชิดชัย และนายสุรวุฒิ เชิดชัย พร้อมด้วยพนักงานในบริษัทเชิดชัยอุสาหกรรม จำกัดและบริษัทในเครือ มายืนรอรับร่างของเจ๊เกียวพร้อมกับร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ … Read more

รพ.จุฬาฯ ประกาศข่าวใหญ่ เจ้าหญิงองค์ภา…

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงพระประชวร แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร ฉบับที่ ๔ ตามที่สำนักพระราชวัง ได้มีแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ฯ ได้รายงานเพิ่มเติมว่า คณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถและเครื่องมือเพื่อช่วยการทำงานของพระปัปผาสะ (ปอด) และพระวักกะ (ไต) มาโดยตลอด คณะแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อเป็นครั้งคราว ซึ่งได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะเพื่อรักษาพระอาการติดเชื้อดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นต้นมา คณะแพทย์ตรวจพบว่าทรงมีการติดเชื้อที่รุนแรงและเข้าในกระแสพระโลหิต ทำให้ต้องถวายพระโอสถปฏิชีวนะหลายขนานร่วมกัน รวมทั้งถวายพระโอสถกระตุ้นความดันพระโลหิต เพื่อรักษาความดันพระโลหิตให้คงที่ คณะแพทย์ยังคงถวายการรักษาอย่างเต็มที่ และติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป … Read more

อนุทินย้ำ ไทยพร้อมรับมือศาลโลก ข้อพิพาทตาเมือนธม–ตาควาย ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงถึงกรณีกัมพูชายื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทบริเวณปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย โดยยอมรับว่ายังไม่ได้รับข้อมูลยืนยันว่าศาลโลกมีการรับเรื่องแล้วหรือไม่ แต่ย้ำชัดเจนว่าประเทศไทยมีจุดยืนที่แน่นอนและจะดำเนินการทุกอย่างโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก นายอนุทินระบุว่า การที่กัมพูชาจะดำเนินการยื่นเรื่องต่อศาลโลก ถือเป็นสิทธิของกัมพูชา แต่ในส่วนของไทยมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและมีกรอบการทำงานที่ยึดมั่นมาโดยตลอด โดยไทยจะรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เมื่อถูกถามถึงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ฝั่งไทย ที่กำลังจะหมดวาระในเร็ว ๆ นี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันที่ 2 ตุลาคม จะมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่ามีรายชื่อบุคคลที่จะเข้ามารับตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอความชัดเจนจากที่ประชุมก่อน นายอนุทินทิ้งท้ายว่า รัฐบาลพร้อมที่จะทำงานบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและจะใช้ทุกกลไกทางการทูตเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ โดยการแต่งตั้งประธาน JBC คนใหม่จะมีความชัดเจนหลังการประชุม สมช. ในวันที่ 2 ตุลาคม นี้

error: Content is protected !!